สารจากคณะกรรมการ

ในปี 2563 เป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งการวางแผนเชิงรับและเชิงรุกโดยได้รับความร่วมมือจากทีมงานทุกฝ่าย ทำให้เราผ่านวิกฤติต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี บริษัทตระหนักถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีของลูกค้า พนักงาน รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นอย่างยิ่ง จึงได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของภาครัฐในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า ส่งมอบสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยสู่ทุกครัวเรือนด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและบริการที่ดี การสร้างพนักงานทีมขายปลอดเชื้อ ผ่านกระบวนการทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการขายและการบริการ และการอบรมพนักงานที่เข้าพบลูกค้า ให้ตระหนักและปฏิบัติหน้าที่โดยเน้นการป้องกัน และลดความเสี่ยงในการติดต่อของเชื้อโรค นอกจากนี้ ยังมีมาตรการในการอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work From Home) มาตรการคัดกรองพนักงานก่อนเข้าพื้นที่ทำงานที่สอดคล้องกับมาตรการของสาธารณสุข ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือครอบครัวพนักงานที่เดือดร้อน ชุมชนใกล้เคียงบริษัทฯ ทั้งสำนักงานใหญ่และสาขา โดยบริจาคสิ่งของจำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค เช่น น้ำดื่ม ข้าวกล่อง เป็นต้น

ส่วนของการดำเนินธุรกิจ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มความสำคัญในการขายบนรูปแบบ O2O (online to offline) เชื่อมโยงทีมการตลาดดิจิทัล ทีมงานขาย และทีมบริการเพื่อรองรับความต้องการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าทั่วทุกภูมิภาค ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำเนินชีวิตและไลฟ์สไตล์ในยุคนิวนอร์มอล (New Normal) นอกเหนือจากนี้บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและตลาดได้ในระยะอันเหมาะสม คือ SURE รุ่น Bright ถือเป็น Fighting Model ราคาปานกลางช่วยให้ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อน้อยสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ และผลิตภัณฑ์ระบบ RO (Reverse Osmosis Membrane) เพิ่มอีก 1 รุ่น คือรุ่น RO2 เพื่อแก้ปัญหาน้ำประปาเค็ม สภาวะน้ำกร่อยจากสาเหตุของภัยแล้งและน้ำทะเลหนุน โดยได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยม รวมถึงการต่อยอดจากจุดแข็งและความชำนาญของบริษัท โดยการทำตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ระบบบำบัดน้ำใช้ในครัวเรือน วอเตอร์เมท (Point of Entry Water Treatment) ไปยังพื้นที่ภูมิภาค นอกเขตน้ำประปา รวมถึงตู้กดน้ำ ร้อน-เย็น ที่มีระบบการกรองน้ำในตัวสำหรับการใช้งานในธุรกิจองค์กร และอีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปี 2563 คือการขยายโอกาสไปยังตลาดเชิงพาณิชย์ (B2B) โดยร่วมทุนกับ บริษัท อัลไพน์ วอเตอร์ จำกัด ในการจำหน่ายเครื่องผลิตน้ำแข็งด้วยเทคโนโลยีจากทวีปยุโรป ภายใต้ชื่อแบรนด์ อัลไพน์ (Alpine) ที่มีกำลังผลิตหลากหลายรุ่น สามารถรองรับทุกความต้องการของธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รวมทั้งการใช้งานภายในครัวเรือน ถือเป็นการต่อยอดการเติบโตของธุรกิจหลัก (Cross Selling) โดยเน้นจุดแข็งจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการกรองน้ำดื่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจ ในด้านความสะอาด ปลอดภัย สะดวก และประหยัดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ

ผลการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทและบริษัทย่อยทำรายได้รวมดอกผลจากการเช่าซื้อและรายได้จากลูกหนี้เงินให้สินเชื่อของบริษัทย่อย (รายได้รวม) 1,909.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.71 จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการบริหารทีมขายได้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากขึ้น กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท 143.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.56 จากปีก่อน ปี 2564 จึงเป็นอีกปีที่ท้าทายทั้งจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่องจากปีก่อน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมความพร้อมและจัดทำแผนธุรกิจรวมทั้งประเมินความเสี่ยงในการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างรัดกุม โดยในปี 2564 ถือเป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับบริษัท คือการก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 นับจากที่คุณวีรวัฒน์ แจ้งอยู่ ผู้ก่อตั้งบริษัทและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้เริ่มต้นธุรกิจจำหน่ายเครื่องกรองน้ำดื่ม ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 บริษัทได้วางแผนสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โดยมีการสรุปทิศทางแบรนด์องค์กรและกลยุทธ์แบรนด์ในเครือใหม่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรและอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจน มีความทันสมัยมากขึ้น โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง สะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ที่เป็นมากกว่าผู้นำในธุรกิจเครื่องกรองน้ำ แต่เป็น “ผู้ส่งมอบทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน” ใช้อักษรภาษาอังกฤษ “TSR” ทีเอสอาร์ ที่มีเส้นโค้งโลโก้ใหม่ จากแนวคิดของวงกระเพื่อมของน้ำ (Ripple Effect) ที่แผ่วงกว้างออกไปเรื่อย ๆ เหมือนการที่เราไม่หยุดเติบโต เคลื่อนไหวพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และสิ่งที่เราทำจะขยายแผ่เป็นวงกว้าง เพื่อให้ทุกครัวเรือน ทุกธุรกิจ ทุกคน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป โดยบริษัทจะเริ่มใช้แนวคิดนี้ในปี 2564 ซึ่งแบรนด์ย่อยในกลุ่มธุรกิจก็จะปรับเปลี่ยน ให้มีความสอดคล้อง สนับสนุนการเติบโตและสร้างความเข้มแข็งซึ่งกันและกัน

สุดท้ายนี้ขอบคุณทีมผู้บริหารและพนักงานทุกส่วนงานที่ร่วมกันฝ่าฟันวิกฤต มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำงาน บริหารงานให้มีประสิทธิภาพและพร้อมที่จะปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ มีวินัย รับผิดชอบในหน้าที่ได้ดีเสมอมา และขอขอบคุณ ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่ไว้วางใจบริษัท ในทุกโอกาสที่ให้ทีเอสอาร์ได้เป็นส่วนหนึ่ง “มอบสิ่งดี ๆ ไม่รู้จบ” เพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจสู่ความยั่งยืนและมั่นคงต่อไป

นายสหัส ตรีทิพยบุตร
ประธานกรรมการบริษัท

นายเอกรัตน์ แจ้งอยู่
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร